หมวดหมู่: Beauty Tips

  • 3 ระดับความผิวแห้ง! แห้งกันแค่ไหน แค่ไหนถึงเรียกแห้ง

    3 ระดับความผิวแห้ง! แห้งกันแค่ไหน แค่ไหนถึงเรียกแห้ง


    3
    ระดับความผิวแห้ง! แห้งกันแค่ไหน แค่ไหนถึงเรียกแห้ง

    ผิวแห้งกับหน้าหนาวถือเป็นของคู่กัน ยิ่งช่วงนี้หนาวจัดๆ ความแห้งกร้านก็ยิ่งตามมาใหญ่เลย สาวๆ มาลองเช็กระดับความแห้งของผิวกันดีกว่าว่าแห้งกันขนาดไหน แล้วแต่ละระดับจะต้องดูแลยังไง ไปดูกันเลยค่ะ!

    ผิวแห้งบ้างไม่แห้งบ้าง

    บางคนผิวแห้งแค่เฉพาะหน้าหนาว บางคนปกติหน้ามัน แต่จู่ๆ วันหนึ่งก็เกิดแห้ง หยาบกร้านขึ้นมาซะเฉยๆ ผิวแห้งลักษณะนี้มักจะเกิดจากการขาดน้ำ จะผิวมัน ผิวผสม ผิวธรรมดา ก็มีสิทธิ์ขาดน้ำได้หมด

    สาเหตุที่ทำให้ผิวขาดน้ำก็มีอยู่มากมาย เช่น อากาศแห้งจัดดื่มน้ำน้อยเกินไป ดื่มคาเฟอีนมากเกินไป พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือเลือกใช้ครีมที่ไม่เหมาะกับสภาพผิวหน้า เป็นต้น ทำให้พอล้างหน้าแล้วมักจะรู้สึกแห้งตึง ลอก หรือหยาบกร้าน แต่เมื่อปล่อยทิ้งไว้สักพักก็จะกลับมามันอีก เพราะขาดน้ำใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวต้องผลิตน้ำมันออกมาหล่อเลี้ยงมากขึ้นนั่นเอง

    สาวๆ ที่ผิวขาดน้ำ ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์กลุ่มที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว เช่น สาร AHA, BHA ในกลุ่มไวท์เทนนิ่ง หรือ Retinoidในกลุ่มแต้มสิว ซึ่งจะทำให้ผิวแห้งหนักกว่าเก่า แล้วหันไปใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน อิ่มน้ำ ช่วยเติมน้ำให้กับผิวหรือมีส่วนผสมของสารที่ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น เช่น ว่านหางจระเข้เป็นต้น


    Provamed Aloe Vera Gel Organic 100%

    จะตอนไหนๆ ผิวก็แห้งอยู่ดี

    สำหรับคนที่เกิดมาผิวแห้ง จะร้อนจะหนาว จะทำยังไงก็หนีไม่พ้นความแห้งไม่เหมือนกับกลุ่มแรก พอล้างหน้าเสร็จ ผิวแห้งแล้วก็จะแห้งผากไปเลย ไม่กลับมามันอีกเพราะน้ำมันหล่อเลี้ยงใต้ผิวน้อยกว่าสภาพผิวอื่นๆ

    คนที่มีผิวแห้งจะลำบากตรงที่มีแนวโน้มจะผิวอ่อนแอและแพ้ง่าย แถมเสี่ยงต่อการเกิดริ้วรอยได้เร็วอีกด้วย ครีมบำรุงผิวจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ชนิดน้ำมัน (Oil) หรือมีส่วนผสมของวิตามินอี (Vitamin E)เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้กับผิวซึ่งวิตามินอีนั้น นอกจากจะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ฟื้นฟูผิวให้นุ่ม ชุ่มชื่น และลดการอักเสบของผิวอีกด้วย


    Provamed Vitamin E Cream Serum

     ผิวแห้งจัด ลอกเป็นขุย

    ผิวแห้งยังพอว่า บางคนแห้งจัด ถึงขั้นแสบแดง อักเสบ หรือลอกเป็นขุยพ่วงมาด้วยความคัน หนักหน่อยอาจถึงขั้นต้องไปหาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง หรือบางคนที่ผิวแห้งอยู่แล้ว พออายุมากขึ้น ผิวก็ยิ่งแห้งขึ้นไปอีก

    สาวๆ ที่ประสบปัญหานี้ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ผสมวิตามินอีเฉยๆ อาจไม่พอ ต้องมีความเข้มข้นสูง เพื่อช่วยเสริมบำรุงผิวให้แข็งแรงและชุ่มชื้นขึ้น เช่น Provamed Vitamin E Serum 10000 IUออยล์เซรั่มวิตามินอีสูตรเข้มข้น พร้อมน้ำมันสกัดธรรมชาติออร์แกนิคจากต้น Baobab ที่อุดมไปด้วยวิตามินอี วิตามินซี (Vitamin C) และโอเมก้า 6, 9 (Omega 6, 9)สำหรับบำรุงผิวที่แห้งมากเป็นพิเศษ


    Provamed Vitamin E Serum 10000 IU

    อยากมีผิวสวยๆ รับลมหนาว ไม่ยากเลยใช่มั้ยล่ะคะ  เช็กระดับผิวของตัวเองกันแล้ว ก็อย่าลืมดูแลกันให้ถูกวิธีด้วยนะ

  • อยากบำรุงผิวหน้าด้วยวิตามินซี เริ่มจากไหนดีนะ?

    อยากบำรุงผิวหน้าด้วยวิตามินซี เริ่มจากไหนดีนะ?

    อยากบำรุงผิวหน้าด้วยวิตามินซี เริ่มจากไหนดีนะ?

    สาวๆ หลายคนคงเคยได้ยินสรรพคุณด้านผิวพรรณของวิตามินซี กันมาบ้างแล้ว ก็สมัยนี้น่ะ ทั้งอาหารเสริมทั้งสกินแคร์ต่างๆ ที่ผสมสารสกัดจากวิตามินซีก็มีถมไป เพราะนอกจากจะเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดีที่ช่วยให้ผิวดูอ่อนเยาว์แล้ว ยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนที่ถูกทำลายไป และปรับเม็ดสีผิวให้สม่ำเสมอได้อีกต่างหาก เรียกว่ามีประโยชน์ทั้งกินทั้งทาเลยก็ว่าได้

    อะเซโรลา เชอร์รี่ มาแรงแซงทางโค้ง

    ถ้าพูดถึงสารสกัดวิตามินซีธรรมชาติ ส้มกับเลมอนคงเป็นคำตอบแรกๆ ในหัวของหลายๆ คน แต่จริงๆ แล้ว ถ้าเทียบในปริมาณที่เท่าๆ กัน ผลอะเซโรลา เชอร์รี่ ถือว่าเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่สุดในบรรดาผลไม้ทั้งหมด สูงแซงส้มและเลมอนไปกว่า 30 เท่าเลยทีเดียว อาหารเสริมต่างๆ ที่ใช้สารสกัดจากผลอะเซโรลา เชอร์รี่ ก็พอมีให้เห็นอยู่เรื่อยๆ เช่น Vistra Acerola Cherry หรือ Bewel Acerola Cherry ที่ช่วยเสริมสร้างทั้งภูมิคุ้มกันและบำรุงผิวไปพร้อมๆ กัน

    ทั้งกินทั้งทา เสริมความกระจ่างใสแบบคูณสอง

    ถ้ายังบำรุงกันยังไม่สะใจ จะลองหาตัวเลือกอื่นๆ อย่างเซรั่มบำรุงผิว Provamed Acerola C มาด้วยก็ไม่เสียหาย โดย นอกจากจะมีสารสกัดจากผลอะเซโรลา เชอร์รี่ แล้ว ยังมี Et-VC™ วิตามินซีบริสุทธิ์จากธรรมชาติ 99% ผสมเข้าไปด้วย ซึ่งตัวหลังนี้เป็นวิตามินซีที่มีความเสถียรสูง ผิดกับวิตามินซีอื่นๆ ทั่วไปที่พอโดนแสง โดนอากาศ ก็อาจจะเสื่อมสภาพลงได้ง่ายๆ โดยเซรั่มตัวนี้มาพร้อมบรรจุภัณฑ์ทึบแสงรูปแบบพิเศษ ที่ช่วยปกป้องประสิทธิภาพของตัวเซรั่มได้เป็นอย่างดี ถ้าสาวๆ คนไหนกำลังตามหาตัวช่วยบำรุงผิวจากธรรมชาติและมีความบริสุทธิ์สูง Provamed Acerola C Serum ตัวนี้ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว

    เซรั่มเนื้อเจลใส ก็เข้มข้นได้เหมือนกัน

    ไม่ใช่แค่คุณสมบัติเท่านั้นที่น่าสนใจ ในสภาพอากาศร้อนๆ ตลอดปีแบบบ้านเรา ถ้าหาสกินแคร์ที่เบาๆ ไม่หนักหน้าได้ก็สบายไปกว่าครึ่ง Provamed Acerola C Serum จึงมาในรูปแบบเนื้อเจลใส ซึมซาบเร็ว ไม่เหนอะหนะ แต่ยังคงให้ความชุ่มชื่น ด้วยนวัตกรรมของโปรวาเมดที่ช่วยคงความบริสุทธิ์และกักเก็บคุณภาพของวิตามินซีเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน แถมยังช่วยให้เมคอัพติดทนกว่าเดิมอีกด้วย เรียกได้ว่าดูแลแบบครบสูตรกันเลยทีเดียว

    รู้อย่างนี้แล้ว สาวๆ จะรออะไรกันอยู่ รีบไปหากันมาบำรุงได้เลยจ้า

  • 5 เคล็ดลับปฏิวัติผิวหน้าให้ดูเด็กตลอดกาล!

    5 เคล็ดลับปฏิวัติผิวหน้าให้ดูเด็กตลอดกาล!

    เคล็ดลับหน้าเด็ก

    1. พักผ่อนให้เพียงพอ

    นิสัยติดนอนดึก ติดมือถือ ติดงาน ฯลฯ จนทำให้ชีวิตนอนน้อยลงแบบไม่รู้ตัว อย่าลืมว่าผิวก็ต้องการพักผ่อนเหมือนกันนะจ๊ะ ลองปรับนาฬิกาชีวิตตัวเองใหม่ การนอนอย่างเต็มอิ่มจะช่วยให้ผิวผลัดเซลล์อย่างเป็นปกติ แล้วสาวๆจะเห็นความเปลี่ยนแปลงเลยล่ะค่ะ

    พักผ่อนให้เพียงพอ

    2. เรื่องอาหารสำคัญ

    จำไว้เลยว่า ข้าวเช้าห้ามอดเด็ดขาด! และลดการทานของทอด ของมันให้น้อยลง หันมาทานผักผลไม้ที่มีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต้องร่างกาย เพียงเท่านี้ผิวสวยๆก็จะอยู่กับเราไปอีกนาน

    153747870

    3. ดื่มน้ำสะอาด

    เป็นอีกเรื่องที่ทำกันได้ง่ายมากๆ แต่เรามักจะดื่มน้ำในปริมาณน้อยเกินไป แนะนำให้สาวๆพกขวดน้ำเล็กๆติดไว้ในกระเป๋า ไม่ว่าจะไปไหน ทำอะไรก็หยิบขึ้นมาดื่มได้ เพราะน้ำมีส่วนช่วยในการทำความสะอาดภายในร่างกายและกระตุ้นการทำงานของระบบต่างๆ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผิวพรรณกระชับเต่งตึง

    ดื่มน้ำสะอาด

    4. ห้ามนอนโดยไม่ล้างเมคอัพ

    การนอนโดยไม่ทำความสะอาดผิวหน้า เครื่องสำอางต่างๆจะเข้าไปอุดตันรูขุมขน ทำให้ผิวอ่อนล้า และเกิดริ้วรอยได้ง่าย ดังนั้นควรล้างหน้าให้สะอาด เพื่อให้ผิวเปิดรับการบำรุงอย่างเต็มที่

    ล้างหน้า

    5. เลือกบำรุงให้ถูกวิธี

    ที่ขาดไม่ได้เลยคือการลงมอยส์เจอไรเซอร์ก่อนนอน เลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลปัญหาริ้วรอยได้อย่างตรงจุด Provamed Age Corrector Night Cream ผลิตภัณฑ์ไนท์ครีมเนื้อสัมผัสพิเศษ แตกตัวเป็นน้ำ ซึมซาบสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว ด้วยสารสำคัญเข้าเติมเต็มริ้วรอย และฟื้นฟูผิวให้ดูอิ่มน้ำ ให้สาวๆตื่นรับวันใหม่พร้อมผิวสดใส แลดูอ่อนเยาว์

    night_cream_box

  • รอยแผลเป็นแห่งความสุข…รวม 4 วิธีดูแลแผลผ่าคลอด

    รอยแผลเป็นแห่งความสุข…รวม 4 วิธีดูแลแผลผ่าคลอด

    นอกจากเรื่องลูกที่คุณแม่จะเป็นกังวลโน่นนี่อยู่เสมอแล้ว เชื่อว่าหลายคนคงกำลังวิตกกับรอยแผลเป็นจากการผ่าคลอดอยู่แน่ๆการผ่าคลอด เป็นการผ่าตัดทำคลอดทารกออกมาทางหน้าท้อง โดยส่วนมากจะผ่าแนวขวาง หรือ บิกินีไลน์ ประมาณ 10 เซนติเมตร ซึ่งคุณหมอประจำตัวจะมีข้อต้องพิจารณาสำหรับการผ่าคลอดดังนี้ค่ะ

    1. ทารกตัวใหญ่ไป เมื่อเทียบกับกระดูกเชิงกรานของคุณแม่
    2. ทารกไม่เอาหัวลง
    3. มีความผิดปกติระหว่างรอคลอด เช่น คุณแม่ปวดคลอดนานเกินไป
    4. คุณแม่มีอายุมาก สภาพร่างกายไม่สมบูรณ์
    5. เป็นความต้องการของคุณแม่เอง

    Fotolia_94910068_Subscription_XXL

    แผลผ่าคลอดนั้นหากดูแลรักษาไม่ดี แผลอาจเกิดเป็นรอยนูน หรือแผลคีรอยด์ (Keroid) ดูไม่น่ามอง วันนี้เรามีวิธีการดูแลแผลผ่าคลอดที่ถูกวิธี ให้หน้าท้องของคุณแม่เรียบสวยฝากกันค่ะ
    1. หลังจากผ่าคลอดประมาณ 1 วัน คุณหมอจะแนะนำให้คุณแม่ลุกขยับตัว ซึ่งถึงแม้จะเจ็บมากก็ตาม เพื่อป้องกันการเกิดพังผืดไปยึดติดกับอวัยวะภายในต่างๆ ส่งผลให้มีบุตรยาก ลำไส้เคลื่อนเคลื่อน หรือท้องผูกเรื้อรังในอนาคต

    2. ในช่วง 3 เดือนแรก มีโอกาสสูงที่แผลจะเป็นคีรอยด์ แนะนำให้คุณแม่ไม่ยกของหนัก หรือยืดเหยียดแผลจนตึงมากเกินไป

    3. ห้ามงดอาหารจำพวกโปรตีน แม้สมัยก่อนจะมีความเชื่อเรื่องห้ามทานไข่หรือนม แต่ในทางการแพทย์แล้วสามารถทานได้แต่พอดี จะช่วยให้แผลผ่าคลอดประสานเร็ซขึ้น และเป็นผลดีในระหว่างในนมลูก

    4. หลังจากแผลแห้งสนิท สามารถทาผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลบรอยแผลเป็น หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำให้แผลนุ่มลงได้ โดยครีมเหล่านี้จะไม่ส่งผลต่อน้ำนม

    คุณแม่ที่ผ่าคลอดทุกคนต้องหมั่นดูแลแผลผ่าคลอดอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากรอยแผลผ่าตัดต้องใช้เวลาในการรักษาเพื่อให้จางลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป ระยะเวลาอาจะหลายเดือนหรือเป็นปี ขึ้นอยู่กับการดูอลของคุณแม่และสภาพผิวของแต่ละคน

    โปรวาเมดคิดค้นนวัตกรรม 2X Effective Scar Solution
    ที่ถูกพัฒนาและคิดค้นขึ้นมา จนเกิดเป็นกิจวัตร 2 ขั้นตอนสู่การบอกลาทุกปัญหาของแผลเป็นตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

    h Step 1 : Provamed Intensive Scar Serum
    ดูแลรอยแผลเป็นตั้งแต่ระยะแผลเริ่มสมาน ด้วยเซรั่มที่รวมสารสกัดประสิทธิภาพสูงจากธรรมชาติ เช่น สารสกัดจากหัวหอม Aliium Cepa ช่วยลดการอักเสบ รอยแดง อาการคันและระคายเคือง เพื่อลดโอกาสการเกิดแผลเป็นและแผลคีรอยด์

    h Step 2 : Provamed Intensive Scar Gel
    ช่วยปกป้องแผลจากความชื้นภายนอก พร้อมป้องกันแบคทีเรียเข้าสู่แผล และคงตัวยาสำคัญออกจากแผล ให้แผลเป็นยุบตัวลงเรียบเนียนไปกับผิวได้อย่างรวดเร็ว

    2X Effective Scar Solution h เหมาะสำหรับดูแลรอยแผลเป็นดังนี้
    > รอยแผลเป็นจากการผ่าตัด เช่น คุณแม่หลังผ่าคลอด ผ่าตัดศัลยกรรม
    > รอยแผลเป็นจากอุบัติเหตุ
    > รอยแผลเป็นหลังการทำเลเซอร์
    > รอยแผลเป็นจากโรค เช่น อีสุกอีใส
    > รอยแผลเป็นในระยะสมานที่เกิดจากสาเหตุอื่นๆ

     

  • บ๊ายบายฝ้ากระ! รวม 5 ไอเทมบอกลาจุดด่างดำ

    บ๊ายบายฝ้ากระ! รวม 5 ไอเทมบอกลาจุดด่างดำ

    สาวๆคนไหนเริ่มมีปัญหาผิวมีรอยด่างดำ เป็นจุดๆบริเวณแก้มบ้างคะ? นี่เป็นสัญญาณเตือนว่าสาวๆยังปกป้องผิวจากแสงแดดดีไม่พอค่ะ เพราะฝ้า กระ จุดด่างดำ เกิดจากแสงแดด ไปกระตุ้นการสร้างเม็ดสีผิวใต้ชั้นผิวหนัง หรือที่เรียกว่า “เมลานิน” นั่นเอง เจ้าเม็ดมาเลนินจะทำให้สีผิวบริเวณนั้นๆไม่สม่ำเสมอ กระดำกระด่างเป็นจุดๆ บางทีก็เป็นดวง เล็กใหญ่ต่างกันไป โดยวันนี้แอดมินจะมาแนะนำ 5 ไอเทมเริ่ดๆที่สาวๆต้องมีติดตัวไว้ เพื่อช่วยปกป้องผิวหน้าใสๆ ให้อยู่กับเราไปนานๆค่า

    Fotolia_102816925_Subscription_XXL

     

    แว่นกันแดด
    สาวๆควรเลือก ใช้แว่นกันแดดที่ป้องกันได้ทั้งรังสี UVA และ UVB และต้องกรองรังสีได้อย่างน้อย 80% ขึ้นไป (สามารถตรวจสอบค่าการกรองรังสีได้ตามร้านขายแว่นเลยค่า) ถึงจะสามารถปกป้องรังสีได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

    ร่มกันยูวี

    ร่มกันยูวี
    ***ร่มกันฝนธรรมดากันยูวีไม่ได้นะคะ*** เลือกร่มที่มีเพดานร่มเป็นสีเงินๆเมทัลลิค ซึ่งจะราคาสูงกว่าร่มกันฝนทั่วไป แต่ช่วยผิวหน้าและผิวกายของเราจากรังสีตัวร้ายได้เยอะเลยล่ะ

    e0b8abe0b8b1e0b8a7e0b984e0b88ae0b989e0b980e0b897e0b989e0b8b212

    หัวไชเท้า
    ใครจะรู้ว่าหัวไชเท้าช่วยลดฝ้ากระได้! เพียงแค่นำหัวไชเท้าบดหยาบ ๆ มาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ให้คุณทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง หรือวันเว้นวัน (แล้วแต่สภาพหน้าของแต่ละคนว่ารับได้แค่ไหน ส่วนคนที่มีผิวแพ้ง่ายไม่ควรใช้สูตรนี้นะจ๊ะ

    ครีมลดฝ้ากระ
    เดี๋ยวนี้มีผลิตภัณฑ์สำหรับปัญหาผิวฝ้า กระ จุดด่างดำโดยเฉพาะ สาวๆอย่าลืมอ่านฉลากด้านหลังผลิตภัณฑ์ก่อนเลือกซื้อนะคะ เพราะบางผลิตภัณฑ์จะมีสารบางตัวที่ทำให้ผิวหน้าบางลง เช่นสารพวกไฮโดรควินิน กรดวิตามินเอ กรดอาซิเลอิก หรือแม้กระทั่งการเลเซอร์ ในช่วงแรกฝ้ากระอาจจะหายไป แต่เมื่อโดนแสงแดดผิวจะถูกกระตุ้นได้ง่ายกว่าเดิม จนฝ้ากระกลับมาอีกครั้ง คราวนี้อาจจะเยอะกว่าเดิมด้วยนะ

    Provamed Anti Melasma Spot Corrector รักษาฝ้ากระด้วยการผสม ทรานิซามิก เอซิด 3% มีผลยับยั้งเอนไซม์ที่ใช้ในกระบวนการสร้างเม็ดสีผิว พร้อมไวท์เทนนิ่งต่างๆ ทำให้ฝ้ากระจางลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ได้ผลัดเซลล์ผิว ไม่มีผลให้ผิวบาง ฝ้ากระ จุดด่างดำจางลงใน 4 สัปดาห์ การัยตีผลจากสถาบัน Spin Control จากฝรั่งเศส ที่สำคัญคือใช้ได้แม้ผิวบอบบางแพ้ง่าย ไม่ระคายเคือง
    ครีมกันแดด
    อย่างที่บอกไปตอนต้นค่ะ ฝ้า กระ จุดด่างดำมีสาเหตุส่วนใหญ่จากแสงแดด เป็นตัวกระตุ้นการทำงานของเม็ดสีผิว นอกจากจะเลือกกันแดดที่มีค่า SPF สูงแล้ว สังเกตุค่า PA กันด้วยนะจ๊ะ เพราะการระบุค่า PA หมายถึงการความสามารถในการปกป้องผิวจากรังสี UVA ซึ่งเป็นรังสีที่ทำให้เกิดจุดด่างดำนั่นเอง ยิ่งมีเครื่องหมาย + มากยิ่งดีนะ

    อยากให้หน้าใสๆอยู่กับเรานานๆ จะพึ่งไอเทมเหล่านี้อย่างเดียวไม่ได้นะคะ สาวๆเองก็ต้องหมั่นดูแลผิว หลบแดดได้เป็นหลบ ยิ่งช่วงนี้แดดเริ่มแรงขึ้น ใครจะไปเที่ยวไหนก็อย่าสนุกจนลืมดูแลผิวกันด้วยนะจ๊ะ

  • สเตียรอยด์ อันตรายกว่าที่ตาเห็น

    สเตียรอยด์ อันตรายกว่าที่ตาเห็น

    นอกเหนือจากสิวฮอร์โมนวัยรุ่น สิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวเครื่องสำอางแล้ว สเตียรอยด์ อันตรายกว่าที่ตาเห็น ปัจจุบันนี้ยังมีสิวสเตียรอยด์ สิวเวอร์ชั่นใหม่ที่ทำเอาสาวๆหนักอกหนักใจกันสุดๆ เพราะเปลี่ยนจากหน้าขาวใส กลายเป็นหน้าศพชั่วข้ามคืน! พญ.สาวิตรี สิริกุลพิบูลย์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับสิวสเตียรอยด์ค่ะ

    เพราะความอยากขาว หน้าใสไร้สิว เป็นเหตุให้ติดกับดัก

    ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ต่างๆมักอวดอ้างว่าช่วยให้ผิวขาวใสรวดเร็วอย่างน่าอัศจรรย์ โดยคุณหมอได้ให้ข้อมูลและอธิบายสาเหตุว่า

    “สิวสเตียรอยด์ เกิดจากการทายาหรือครีมที่มีส่วนประกอบของสารสเตียรอยด์ เช่นครีมหน้าเด้ง ครีมรักษาฝ้าที่ขาวเร็ว แต่พอใช้นานติดต่อกัน จึงเกิดเป็นฝ้าเลือด (ผิวบางมีเส้นเลือดฝอยแดงๆเล็กๆที่ใบหน้า) ซึ่งครีมเหล่านี้ไม่ได้การรับรองจากองค์การอาหารและยาการใช้เป็นระยะเวลานานเกิดฝื่นสิวที่เรียกกันว่า สิวสเตียรอยด์”

    สิวสเตียรอย

    เช็คอาการ ลักษณะของสิวสเตียรอยด์เป็นอย่างไร?

    คุณหมอสาวิตรีแนะวิธีสังเกตุง่ายๆว่าผิวติดสเตียรอยด์หรือไม่

    “เบื้องต้น ผิวจะเป็นรอยแดงๆในบริเวณที่มีการใช้ครีมที่มีส่วนประกอบสเตียรอยด์ ผื่นมักขึ้นกลางหน้าผากเปลือกตาแก้มและคาง

    จะมีลักษณะเป็นตุ่มเล็กๆร่วมกับตุ่มหนอง และอาจจะมีขุยเล็กๆร่วมด้วย บริเวณรอยแดงจะรู้สึกแสบร้อนและคัน อาจตรวจพบเส้นเลือดฝอยแดงเล็กๆใต้ผิวและผิวจะระคายเคืองแพ้ง่าย คือเข้าข่ายโดนอะไรนิดอะไรหน่อยก็แพ้เป็นผื่นสิว”
    06-2

    เลิกใช้ทันที รักษาอย่างค่อยเป็นค่อยไป
                ผื่นสิวสเตียรอยด์จะเห่อมากเมื่อหยุดใช้ครีมหน้าเด้งแบบฉับพลัน หากทราบว่าผิวมีแนวโน้มเป็นสิวสเตียรอยด์ ควรเลิกใช้ผลิตภัณฑ์โดยทันที การรักษาจะปรับการติดสเตียรอยด์ของผิว โดยจะใช้สเตียรอยด์ความเข้มข้นต่ำ ค่อยๆลดปริมาณและความถี่ในการใช้ ไปพร้อมๆกับการรับคำปรึกษาจากแพทย์โดยด่วน

    คุณหมอย้ำชัดอีกครั้งเรื่องการเลือกผลิตภัณฑ์ว่า

    “การเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากผิวแห้งตึงในช่วงที่ผิวติดสเตียรอยด์ แนะนำใช้มอยส์เจอร์ไรซ์เซอร์ที่ปราศจากน้ำมันเลือกผลิตภัณฑ์ที่ประกอบด้วยสารเซรามายด์ (Ceramide) ซึ่งเป็นสารที่เป็นองค์ประกอบของโครงสร้างผิว จึงเป็นเกราะปกป้องชั้นดี ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับชั้นผิว กระตุ้นการทำงานของกำแพงผิว พร้อมป้องกันการสูญเสียน้ำ และไบซาโบรอล (Bisabolol) ช่วยลดการระคายเคือง และการอักเสบของผิวได้เป็นอย่างดี”

    สเตียรอยด์ อันตรายกว่าที่ตาเห็น

  • ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรดี?

    ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรดี?

    ดูแลแผลผ่าคลอดอย่างไรดี? ชีวิตคุณแม่มือใหม่มีเรื่องให้นอยด์มากมายเกี่ยวกับเจ้าตัวน้อย ไหนจะเรื่องการดูแล การนอน เรื่องการให้นม และอื่นๆอีกสารพัด โดยเฉพาะคุณแม่ที่ผ่าตัดคลอดมักมีความกังวลเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งเรื่องคือ แผลผ่าตัด…จะทำอย่างไรให้แผลหายไปโดยเร็ว ไม่เจ็บแผล ไม่เกิดแผลเป็นบนหน้าท้อง ไม่เป็นแผลนูนแดง

    เรื่องการเกิดแผลเป็นหลังจากการผ่าตัดคลอดนี้ คุณหมอได้กล่าวไว้ว่า ขึ้นอยู่กับสภาวะร่างกายของแต่ละบุคคล เช่น อายุ ตำแหน่งของแผล การเคลื่อนไหวของร่างกาย การติดเชื้อ แรงตึงบริเวณผิวที่เย็บ เป็นต้น แต่สำหรับวัสดุที่ใช้ในการเย็บแผล ไม่ว่าจะเป็นเย็บไหมละลาย หรือไม่ละลาย มักจะไม่มีผลต่อแผลเป็นที่เกิดขึ้น จะเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยที่คุณแม่ไม่สามารถควบคุมได้ทั้งนั้น ดังนั้นวันนี้เรามีคำแนะนำดีๆในการปฏิบัติตัวและดูแลแผลผ่าตัดคลอดมาฝากค่ะ

    แผลหลังผ่าตัด ช่วง 4 สัปดาห์แรก
    o หลังผ่าตัดคุณหมอจะติดเทปปิดที่แผลไว้ คุณแม่สามารถอาบน้ำได้โดยเลือกใช้สบู่ที่อ่อนโยน และหลีกเลี่ยงการถูบริเวณแผล รวมทั้งหลีกเลี่ยงการแช่ในอ่างอาบน้ำหรือว่ายน้ำ
    o คุณแม่ควรทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อช่วยเร่งการสมานแผลของร่างกาย
    o หลีกเลี่ยงการนั่งยองๆเป็นเวลานาน เพราะอาจจะทำให้แผลปริได้
    o หลีกเลี่ยงการยกของหนัก หรือของที่มีน้ำหนักมากกว่าลูกน้อย เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนกระบวนการสมานแผล
    o เมื่อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 3 กรณีที่พบว่าแผลยังคงมีเลือดออก หรือมีหนอง ขอบแผลยังบวมแดง มีอาการเจ็บแผลมาก และคุณแม่มีไข้ ควรปรึกษาแพทย์
    หลังจาก 4 สัปดาห์
    o ดูแลความสะอาดแผลให้ดีหลังจากคุณหมอแกะเทปปิดแผลแล้ว
    o หลีกเลี่ยงงานบ้าน หรือการเคลื่อนที่ ที่มีโอกาสทำให้แผลยืดขยายออกหรือเกิดการระคายเคืองได้ โดยเฉพาะในช่วง 6 สัปดาห์แรก
    o หากต้องการให้แผลหายเร็วขึ้นและป้องกันการเกิดแผลเป็นอาจใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติลดเลือนและป้องกันแผลเป็น เป็นตัวช่วยได้ ซึ่งปัจจุบันมีหลากหลายรูปแบบให้เลือก เช่น แผ่นซิลิโคนแปะแผล ซิลิโคนเจล เจลที่มีส่วนผสมของสารสกัด Allium Cepa หรือ วิตามินอี โดยเฉพาะคุณแม่ที่เคยมีปัญหาเรื่องแผลเป็นมาก่อน แนะนำผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้เพื่อป้องกันไว้ก่อน
    ในเรื่องของสุขภาพร่างกายนั้น คุณแม่อาจเคยได้ยินคำว่าป้องกันไว้ดีกว่าแก้ เช่นเดียวกันค่ะ กรณีแผลผ่าคลอดนี้ การป้องกันย่อมดีกว่า รวมทั้งแผลเป็นที่ได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วตั้งแต่เริ่มต้นนั้นมักมีโอกาสหายได้มากกว่าแผลเป็นที่เป็นมานานแล้ว ดังนั้นหากเราดูแลตัวเองอย่างดีที่สุดคุณแม่ก็ไม่ต้องเครียดเรื่องแผลเป็นแล้วล่ะค่ะ
    ในระยะแผลสมาน (3-4 สัปดาห์หลังจากผ่าคลอด) อาจทำให้คุณแม่กังวลเรื่องรอยแผล รอยดำ และกังวลที่สุดหากเกิดเป็นแผลคีลอยด์ หน้าท้องของคุณแม่ผ่าคลอดสามารถกลับมาเรียบเนียน หมดกังวลเรื่องรอยได้ ด้วยตัวช่วยง่ายๆ 2 ขั้นตอนนี้ค่ะ

    Provamed 2x Effective Scar Solution
    นวัตกรรมคู่ที่ช่วยดูแลและลดโอกาสการเกิดแผลเป็น แผลคีลอยด์ จากสาเหตุต่างๆ เช่นการผ่าตัด ผ่าคลอด อุบัติเหตุ การทำเลเซอร์ผิวหนัง หรือสาเหตุอื่นๆ
    o Intensive Scar Serum เซรั่มสารสกัด Allium Cepa เข้มข้น 15% ตรงเข้าดูแลรอยแผลเป็น ลดการบวมแดง การอักเสบ อาการคัน และช่วงลดอาการตึงบริเวณปากแผล
    o Intensive Scar Gel ซิลิโคนเจลที่ช่วยป้องกันการเกิดแผลเป็นนูนและคีลอยด์ ลดการเสียดสีระหว่างแผลและเสื้อผ้า พร้อมปกป้องรอยแผลให้คงความชุ่มชื้นและทำให้แผลที่แข็งนุ่มขึ้น
    แผลเป็นในระยะสมาน รักษาง่ายได้หายรวดเร็วกว่า ยิ่งปล่อยทิ้งไว้นาน ระยะเวลาในการรักษาก็จะยิ่งนานขึ้น เห็นผลช้ากว่าด้วยนะคะ ดีที่สุดคือต้องดูแลใส่ใจ ปฏิบัติตามแพทย์สั่งและทาผลิตภัณฑ์ตัวช่วยให้แผลจางลงเป็นประจำ เพื่อผลลัพธ์ที่ดี อวดหน้าท้องเนียนสวยได้แบบไม่ต้องกังวล
    2X
    สามารถหาซื้อ Provamed 2x Effective Scar Solution ได้ตามร้านขายยา หรือที่ >>http://goo.gl/O0VkU8

  • หยุด! ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับการดูแลผิว มาใส่ใจผิวคุณให้ถูกทางกันดีกว่า

    หยุด! ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับการดูแลผิว มาใส่ใจผิวคุณให้ถูกทางกันดีกว่า

    ความเชื่อผิดๆที่บอกต่อกันมาเกี่ยวกับเรื่องการดูแลผิว ที่เราเข้าใจว่าดีและปฏิบัติมาโดยตลอด ทราบหรือไม่ว่าความเชื่อบางอย่างก็เป็นความเชื่อที่ผิดไม่ได้ให้ผลอย่างที่คิดเอาไว้ นอกจากนั้นยังทำให้ผิวหน้าไม่สวยใสตามที่ต้องการ และบางความเชื่อยังอาจทำร้ายผิวได้รุนแรงมากกว่าที่คิด  แล้วความเชื่อเหล่านั้นคืออะไรบ้าง ลองมาเรียนรู้วิธีดูแลผิวหน้าที่ถูกต้องเพิ่มเติมกันเถอะว่าความจริงเป็นอย่างไร

    ล้างหน้าบ่อยๆ หน้าจะได้ไม่มัน?

    การล้างหน้าบ่อยๆ ไม่ได้ทำให้หน้ามันน้อยลง แต่กลับจะทำให้หน้ายิ่งมันมากขึ้น เพราะยิ่งเราทำให้ผิวแห้งมากเท่าไหร่ผิวก็จะยิ่งผลิตน้ำมันทดแทนออกมาเท่านั้น ปล่อยให้หน้ายังมีความมันหลงเหลือบ้างก็ไม่เป็นไรค่ะ เพราะน้ำมันตามธรรมชาติเหล่านี้แหละ ที่จะช่วยให้ผิวดูอิ่ม ฉ่ำน้ำ และยังช่วยให้กระบวนการซ่อมแซมเซลล์ผิว รอยสิว หายได้เร็วกว่าผิวที่แห้งมากๆ อีกด้วย ดังนั้นล้างหน้าแค่ตอนเช้า-เย็น วันละ 2 ครั้ง ก็เพียงพอแล้ว

    ผิวมันไม่จำเป็นต้องใช้มอยสเจอไรเซอร์ก็ได้?

    คนผิวมันมักหลีกเลี่ยงการทามอยส์เจอไรเซอร์ เพราะกลัวผิวจะมันมากขึ้น แต่การทามอยส์เจอไรเซอร์นั้น เป็นการเติมความชุ่มชื้นให้ผิว ซึ่งจำเป็นในการรักษาให้ผิวมีสุขภาพดี สำหรับคนผิวมันไม่ได้หมายความว่าผิวไม่ต้องการความชุ่มชื้น ผิวที่มีอาการขาดน้ำนอกจากแสดงอาการผิวแห้งแล้ว บางครั้งยังแสดงอาการหลั่งน้ำมันออกมาหล่อเลี้ยงผิวมากเกินไป ฉะนั้น คนผิวมันต้องเลือกมอยสเจอไรเซอร์ให้เหมาะกับสภาพผิว เลือกที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน หรือเป็นแบบเนื้อเจล

     เลือกครีมกันแดดที่มีค่าSPFสูงอย่างเดียวก็เพียงพอ?

    ค่า SPF จะบอกถึงความยาวนานในการปกป้องผิวจากรังสีUVBเท่านั้น ไม่ได้บอกถึงประสิทธิภาพในการปกป้องรังสีUVB ยิ่งไปกว่านั้นแสงแดดยังมีรังสีUVAที่ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ และส่งผลเสียต่อผิวในระยะยาว ดังนั้นจึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีค่าPA เพราะจะช่วยปกป้องผิวจากรังสีUVA ซึ่งเป็นตัวการทำให้ผิวแก่ก่อนวัย และค่าSPF ช่วยปกป้องผิวจากรังสีUVB ตัวการผิวหมองคล้ำจากแสงแดด เพื่อช่วยปกป้องผิวได้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

     ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติทุกชนิดล้วนดีต่อผิว?

    อาจจะไม่แน่เสมอไป  ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ปัจจุบันนี้มีการนำสมุนไพรหรือสารสกัดจากธรรมชาติ มาทำผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกันมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีน่าสนับสนุน แต่ก็ควรระมัดระวังในเรื่องของการแพ้ไว้บ้าง ไม่ใช่ขึ้นชื่อว่ามาจากสมุนไพรแล้วจะไม่มีการแพ้เด็ดขาด และควรมีความรู้เรื่องสมุนไพรไว้บ้าง ส่วนไหนที่ใช้ประโยชน์ได้และส่วนใดต้องหลีกเลี่ยง และควรระมัดระวังการใส่สารสเตียรอยด์ลงไป เพื่อให้เห็นได้ดีอย่างชัดเจน  ซึ่งสเตียรอยด์มักพบได้บ่อยในผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรที่ไม่ได้มาตรฐาน

    อายุยังน้อย ไม่ต้องการบำรุงดูแลริ้วรอย?

    การดูแลผิวควรเริ่มตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะในชีวิตประจำวันเรายังต้องเสี่ยงกับปัจจัยที่ทำให้เกิดริ้วรอย เช่น การเผชิญกับแสงแดดที่สะสมตามกาลเวลา อันตรายจากแสงแดดเป็นสาเหตุแรกที่ก่อให้เกิดริ้วรอย ดังนั้นควรเริ่มต้นดูแลผิวตั้งแต่วันนี้ บำรุงผิวให้ตรงตามความต้องการของผิว ด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เหมาะสมกับตัวเอง เพื่อรักษาสมดุลผิวตั้งแต่แรกเริ่มให้ผิวดูอ่อนเยาว์ตลอดไป

     ครีมบำรุงเนื้อยิ่งเข้มข้นยิ่งดีกับผิว?

    ความเชื่อเรื่องครีมบำรุงผิวว่า ยิ่งเนื้อผลิตภัณฑ์เข้มข้นเท่าไรก็ยิ่งบำรุงผิวได้ล้ำลึกเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ผิวของเรามีขีดความสามารถที่จำกัดในการดูดซับความชุ่มชื้น ไม่ว่าเนื้อครีมจะเข้มข้นแค่ไหน ผิวหนังของเราก็ดูดซึมความชุ่มชื้นไปแค่เท่าที่ต้องการเท่านั้น แล้วก็ปล่อยครีมส่วนที่เหลือไว้ให้เหนอะหนะอยู่ด้านบนผิวนั้นเอง

    เมื่อพบว่าตัวเองก็เคยมีความเชื่อแบบผิดๆเหล่านี้แล้ว ตอนนี้ก็ได้เวลาปรับความเข้าใจกันใหม่ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมความคิดและมุมมองเสียใหม่ พร้อมศึกษาให้แน่ใจก่อนว่าทำแล้วมีผลต่อผิวอย่างไร และเลือกวิธีการที่ถูกต้องในการดูแลผิว คราวนี้เราจะได้ดูแลผิวให้มีสุขภาพดีอย่างรู้เท่าทัน

  • หน้าหนาวนี้ดูแลสุขภาพผิวกายอย่างไร?

    หน้าหนาวนี้ดูแลสุขภาพผิวกายอย่างไร?

    ในช่วงนี้สังเกตได้ค่ะว่าอากาศเริ่มจะเย็นลงแล้ว หลังจากลุ้นมาอยู่นาน ตอนเช้าๆก็เริ่มมีลมเย็นพัดมาบ้างเบาๆ  เมื่อเข้าหน้าหนาวแล้ว สิ่งที่ตามมาพร้อมกันนั่นก็คือ การดูแลผิวพรรณ ซึ่งการบำรุงผิวกายในหน้าหนาวนั้นสำคัญไม่แพ้กับการบำรุงผิวหน้านะค่ะ คนไทยส่วนใหญ่จะชินกับสภาพอากาศบ้านเราที่ค่อนข้างร้อน การทาครีมบำรุงจึงไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่เมื่อเทียบกับช่วงหน้าหนาว บอกเลยค่ะว่า เป็นความคิดที่ผิด การบำรุงผิวกายเราจำเป็นต้องดูแลกันทุกวันๆ เพื่อผิวที่สม่ำเสมอ เนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน หากคุณละเลยละก็ รับรองได้เลยค่ะว่าปัญหาผิวของคุณจะตามมาทันที ทั้งผิวแห้ง เหี่ยว หยาบกร้าน บางคนถึงขั้นลอกเป็นขุยเลยทีเดียว รู้ข้อเสียอย่างนี้แล้วคุณก็ควรที่จะหันมาดูแลบำรุงผิวกายกันดีกว่านะค่ะ ซึ่งในวันนี้ 108health เราก็มีเคล็ดลับดีๆมาแนะนำ สำหรับ “การดูแลผิวกายในหน้าหนาวนี้ ” กันด้วยค่ะ เอาล่ะไม่รอช้าไปดูกันเลย!!!

    1. งดการอาบน้ำอุ่น

    Fotolia_61760616_Subscription_XXL
    หลายคนสงสัยว่าแล้วทำไมต้องห้ามฉันอาบน้ำอุ่นด้วย ในเมื่ออากาศมันหนาว ก็ฉันหนาวนิ เราขอตอบคำถามนี้ให้คลายสงสัยเลยนะค่ะว่า น้ำอุ่นเป็นตัวที่จะชะล้างไขมันที่ชั้นผิวหนังหรือชั้นขี้ไคลออกง่าย ส่งผลทำให้ผิวหนังขาดความชุ่มชื่น ผิวแห้ง  บางรายแห้งมากมีรอยแตก แดง อักเสบ โดยเฉพาะคนสูงอายุ เนื่องจากการสร้างชั้นไขมันที่ผิวหนังมีน้อยกว่าวัยอื่น ยิ่งอายุมากขึ้นการสร้างไขมัน ความยืดหยุ่นของผิวจะน้อยลง ให้คุณลองเปลี่ยนมากอาบน้ำเย็นกันบ้าง เพื่อผิวของเราจะได้สดชื่น  เต่งตึง

    2. รู้จักเลือกครีมบำรุง

    แนะนำเลยนะค่ะว่าการเลือกครีมบำรุงผิวนี่ก็สำคัญมาก หากเลือกไม่เหมาะกับสภาพผิวของเราแล้วละก็อาจจะทำให้เกิดอาการแพ้ได้ แต่วันนี้เราจะมาเจาะจงเฉพาะครีมบำรุงสำหรับหน้าหนาวกัน เราต้องดูคุณสมบัติต่อไปนี้คือ เคลือบผิว ลดการระเหยของน้ำในผิว หรือที่มักเรียกกันว่า Occlusive คือไม่ให้น้ำระเหยออกไปจากผิว เช่น ปิโตรลาทัม หรือลาโนลิน โจโจ้บา ออยล์ใส หรือครีมที่ช่วยดูดซับน้ำ โดยมีส่วนผสมของสารประเภทซอบิทอล ยูเรีย กลีเซอรีน ดังนั้นเวลาคุณเลือกซื้อครีมบำรุงจึงควรอ่านส่วนผสมในครีมบำรุงผิวด้วย การทำครีมบำรุงผิวสามารถทาซ้ำได้บ่อยๆ ในระหว่างวัน และหลีกเลี่ยงโทนิคหรือโทนเนอร์ในช่วงหน้าหนาวนี้ เพราะผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะมีแอลกอฮอลผสมอยู่ทำให้ผิวยิ่งแห้งมากขึ้นไปอีก

    3. การทาครีมบำรุง

    Fotolia_71456475_Subscription_XL

    หลายคนอาจจะยังไม่ทราบวิธีการทาโลชั่นที่ถูกวิธี  แนะนำว่า ในการทาบอดี้ครีมหรือโลชั่น ไม่ใช่เพียงการกระจายครีมทั่วฝ่ามือแล้วลูบลงไปบนผิวทันที เพราะนั่นจะทำให้คุณดูแลผิวได้อย่างไม่ทั่วถึง วิธีที่ดีและอยากบอกต่อคือ นวดครีมหรือโลชั่นบนฝ่ามือ จากนั้นตบๆครีมลงบนผิวให้ทั่วๆ บริเวณที่จะทาเป็นอันดับแรก และเมื่อทั่วถึงแล้ว จึงค่อยลูบตามแนวรูขุมขน ไม่ลูบย้อน เพื่อให้ผิวทุกส่วนได้รับการบำรุงอย่างทั่วถึง รวมถึงช่วยลดการเกิดขนคุดบนร่างกายอีกด้วยค่ะ

    4. ดูแลร่างกายให้ชุ่มชื้นจากภายใน

    คุณสามารถทำได้โดยการดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน โดยเฉพาะน้ำอุ่นซึ่งจะช่วยให้ร่างกายของคุณอุ่นขึ้น นอกจากนี้ควรรับประทานผักผลไม้สดให้มากด้วย เพื่อให้ร่างกายชุ่มชื้นจากภายในและ พักผ่อนให้เพียงพอ

    วิธีการดูแลผิวกายของคุณในหน้าหนาวนี้

    careskin-01
    อยากให้คุณลองเอาไปทำตามกันนะคะ 108health รับรองนะค่ะว่า ผิวกายของคุณในหน้าหนาวนี้จะเนียนนุ่ม ชุ่มชื้น ไม่แห้งเหี่ยวแน่นอนค่ะ ดูแลรักษาสุขภาพกันด้วยนะค่ะ ครั้งหน้าเราจะมีเคล็ดลับดีๆอะไรมาฝากกันอีก ก็อยากลืมติดตามด้วยนะค่ะ

  • 5 วิธีเอาชนะผิวแพ้ง่าย! ที่สาวๆไม่ควรพลาด

    5 วิธีเอาชนะผิวแพ้ง่าย! ที่สาวๆไม่ควรพลาด

    5วิธี
    ผิวแพ้ง่าย คือ ผิวที่ง่ายต่อการเกิดผื่นแดง ตุ่ม คัน หรือไหม้ลอก เป็นสภาวะที่ผิวไวต่อสภาวะแวดล้อม เกิดจากเกราะป้องกันผิวมีความผิดปกติ ทำให้สูญเสียน้ำ และทำให้สิ่งที่ก่อระคายเคืองสามาถเข้ามาทำร้ายผิวได้

    ปกติผิวหนังของคนเรา ทำหน้าที่เป็นเสมือนเกราะคอยคุ้มกันไม่ให้สารเคมี สารก่อระคายเคือง อุณหภูมิ ความชื้นที่เปลี่ยนแปลง เชื้อโรคต่างๆ เข้าสู่ชั้นผิวโดยด่านปราการชั้นแรกของผิวคือชั้นหนังกำพร้า โดยมีไขมันที่ชื่อ Ceramide ทำหน้าที่เป็นทหารยามที่คอยปกป้องและช่วยคงความชุ่มชื้นของผิว

    นอกจาก Ceramide น้ำ กรดไขมันในผิวชั้นบนแล้ว ผิวหนังเรายังมีองค์ประกอบที่ซับซ้อนในการสร้างสมดุลย์ในผิวและปกป้องผิวจากปัจจัยภายนอก ผิวมีค่า pHสมดุลอยู่ที่ 5.5 ซึ่งมีความเป็นกรดเล็กน้อย ซึ่งช่วยปกป้องผิวจากการบุกรุกของแบคทีเรียและอัลคาไลน์ได้

    h2 ใครเข้าข่ายผิวแพ้ง่ายบ้าง?

    ผิวแพ้ง่ายเกิดขึ้นได้ทุกช่วงอายุ ไม่จำกัดเพศ และวัยค่ะ แต่เนื่องจากผิวเด็กบอบบางกว่าผิวปกติเพราะเกราะปกป้องผิวยังอ่อนแอจึงทำให้ง่ายต่อการแพ้ง่าย ในทางตรงกันข้ามอายุที่มากขึ้น โครงสร้างผิวจะอ่อนแอลงทำให้ผิวบอบบางแพ้ง่ายยิ่งขึ้น

    1. มีเส้นเลือดฝอยบนใบหน้าค่อนข้างชัด
    2. ใบหน้าแดงระเรื่อกว่าคนปกติ
    3. ผิวแดงขึ้นเมื่อโดนความร้อน หรือแสงแดดโดยตรง (ผิวแดงง่าย)
    4. ผิวที่เกิดการคันหรือแดงเป็นจ้ำๆหลังสัมผัสสิ่งแวดล้อมหรือสารเคมี ผลิตภัณฑ์ต่างๆ หากมีลักษณะดังกล่าวแสดงว่า “คุณมีสภาพผิวที่บอบบาง แพ้ง่าย”

    ผิวแพ้ง่าย

    h2 เคล็ดลับดูแลผิวแพ้ง่าย

    1. ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนประกอบที่อาจก่อให้เกิดการแพ้อย่างน้ำหอม แอลกอฮอล์ หรืออื่นๆ รวมถึงอาจพิจารณาจากผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือแล็บที่น่าเชื่อถือ
    2. กรณีที่จะใช้ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ควรที่จะทำการทดสอบโดยทาผลิตภัณฑ์ใหม่บางๆบริเวณหลังใบหูข้ามคืน 3-4วัน หากไม่มีอาการใด ให้ทาบริเวณใกล้ดวงตา ถ้าไม่มีอาการผื่นแดง ตุ่ม คันหรือลอก แสดงว่าผลิตภัณฑ์ปลอดภัยกับผิวหน้าเรา
    3. อย่าล้างหน้าบ่อยเกินวันละสองครั้ง เพราะทำให้ใบหน้าสูญเสียความชุ่มชื้นและอาจเกิดการแพ้ง่าย
    4. โยนทิ้งเครื่องสำอางค์เก่า เพราะมันอาจมีการปนเปื้อนของเชื้อโรคและก่อความเสียหายแก่ผิว
    5. เลือกรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซีและอี และน้ำมันปลา

    B-sensitive_set-05

    Provamed Sensitive Series ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวบอบบาง แพ้ง่ายโดยเฉพาะ ปลุกผิวให้ลุกขึ้นสู้ ด้วยเทคโนโลยี Bio-Soothing Synergy ประสานการทำงานระหว่าง
    (+) Ceramide แทนด้วยสัญลักษณ์ประจุบวก เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของผิว ช่วยเพิ่มความแข็งแรงพร้อมกักเก็บความชุ่มชื่นให้ผิว
    (-) Bisabolol แทนด้วยสัญลักษณ์ประจุลบ ลดการระคายเคือง และการอักเสบของผิว

    เสริมประสิทธิภาพด้วยส่วนผสมพิเศษ เอกสิทธิ์เฉพาะโปรวาเมด
    Hydractin ทำหน้าที่กระตุ้นพลังงานใก้ผิวที่อ่อนล้า กลับมาสดชื่น ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ

    h2 หาซื้อได้ที่ Eveandboy หรือตามร้านขายยาชั้นนำทั่วไป
    สนับสนุนโดย